แฟนซี้ ธีมของเรื่อง
posted on 24 Dec 2007 23:10 by bastation in movies
เนื้อเรื่องส่วนนี้จะเป็นการทดสอบเรื่องการใส่ ธีมให้กับตัวละคร โดยนำเสนอตอนที่ กฦต รู้สึกแย่ที่สุด เมื่อ วลิน เริ่มแสดงทีท่าเอาแต่ใจมาก แม้ว่ามีคนเตือนเขาว่า คนเราแตกต่างกัน จะให้ทำอะไรอย่างที่เราคิดภายใต้สภาวะที่แตกต่างกันไม่ได้ แต่อีกด้านหนึ่งก็ถูกกดดันจากทางบ้านเรื่อง ให้ดูแลน้องสาว เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้มงวด
ความจริงแล้ว เนื้อเรื่องตั้งแต่แรกก็แสดงให้ กฦต รู้สึกว่า วลิน น่ารัก แต่แล้ว วลิน ก็แสดงความเป็นน้องให้เขาเข้าใจว่า นี่คือน้องจริงๆ ต่อมา วลิน แสดงอาการหึง จนเพื่อนๆทักว่า วลิน ต้องแอบชอบ กฦต แต่แล้วเธอก็ไม่ได้แสดงออกอะไรอีก ซ้ำยังทำให้กฤตรู้สึกผิดที่ไปคิดอะไรกับน้อง ต่อมา วลิน แสดงอาการเอาแต่ใจมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากทำอย่างที่ใครๆต้องการ กฦต จึงต้องเข้าไปช่วย แล้วเขาเองก็รู้สึกว่า เขามีอิทธิพลต่อวลินมาก แต่แล้ว คนอื่นๆที่บ้านก็เขามาตอกย้ำว่า เธอเป็นแค่น้องจริงๆ ในขณะที่ความขัดแย้งถึงขีดสุด กฦต หัวปักหัวปำเชื่อว่า เขาต้องทำให้น้องคนนี้ก้าวหน้ามากขึ้น ด้วยความเป็นห่วง เพื่อคนที่คาดหวังในตัวเธอพอใจ ซึ่งเป็นการกดดันวลินอย่างมาก จนในที่สุด ทั้งสองก็แสดงออกมาว่ารู้สึกอย่างไร
ธีม (theme) ของหนังเรื่องนี้คือ "จะเป็นอย่างไร ถ้าทุกสิ่งที่เราทำตามกฎ กลับไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับชีวิต" เหตุผลก็คือ "ความรักไม่ได้อยู่ด้วยกฎเกณฑ์และเหตุผล เพราะเราอยู่กับมัน รู้สึกถึงมันตั้งแต่เรายังไม่มีกฎเกณฑ์และเหตุผลใดๆ" ตัวเอกของเรื่องรู้จักกันดีตั้งแต่ต้น แม้ความสัมพันธ์ในวัยเด็ก อาจจะไม่ใช่ความรัก แต่นั่นก็ทำให้มีความสุขได้ เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกแบบนี้ก็ยังคงอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้ทั้งคู่อ่อนแอลง แม้ว่าจะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม ความรู้สึกที่ดีนั้นก็จะกลายเป็นผลที่ดีที่สุดของชีวิตเมื่อเรายอมรับมันได้
กฦต เป็นคนอ่อนไหว แต่เขาเองก็รู้ตัวดี เขาจึงพยายามที่จะแสดงออกมาในแบบที่เข้มงวดกับชีวิต เขาไม่ได้คิดว่านี่เป็นการแสร้งทำ เพราะเขาเองก็ชอบชีวิตแบบนี้ และทำให้ความสัมพันธ์กับคนอื่นดู "ยืดยาว" กว่า และในหลายครั้งที่ความอ่อนไหวของเขาแสดงออกมา เขาจึงหันหน้าหนีสังคม และกลัวที่คนอื่นจะรับรู้
เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ในตอนแรกที่เขาพบวลิน เขาทำท่าเหมือนจะรับมือความรู้สึกประทับใจตัวน้องสาวคนนี้ได้ แต่เมื่อมันรุนแรงขึ้น เขาไม่เคยคิดหลบหน้าวลิน แต่เขาพยายามที่จะยึดมั่นในความคิด เรื่อง พี่เป็นห่วงน้องมากขึ้น (แม้ว่าจะมีตัวละครอื่น เข้าข้าง ความคิดนี้ และบางตัวละคร ก็ไม่เห็นด้วยกับการฝืนความรู้สึก) นั่นทำให้เขาค่อยๆเรียนรู้ว่า จะรักษาความรู้สึกนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ใครๆต้องรับผลจากความรู้สึกนี้ไปด้วย
วลิน เป็นเด็กสาวที่ภายนอกดูกล้าๆ ขี้โมโหนิดๆเมื่อมีอะไรไม่ถูกใจ แต่เมื่อเธอไม่มั่นใจ หรืออ่อนแอเธอกลับแสดงออกกับกฤตคนเดียวเท่านั้น เพราะในตอนแรกที่พบกันความรู้สึกไว้ใจแบบเด็กๆก็ยังมีอยู่ ต่อมาเมื่อเธอเองมีความรู้สึกใหม่ๆเกิดขึ้น เธอพยายามไม่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจนี้ให้กฦตรู้ บางทีเธอแสดงออกตรงกันข้าม เพื่อให้ภาพเก่าๆของตัวเธอที่มีต่อพี่ชายยังคงอยู่
การไม่แสดงออกถึงความรู้สึกตัวเองของวลินนั้น กดดันตัวเธอมาก สิ่งหนึ่งที่ช่วยเธออยู่อ้อมๆคือ คำสอนของกฦต ที่พยายามสร้างความมั่นใจให้กับเธอ แต่สิ่งที่เธอต่อสู้อยู่ไม่ใช่หน้าทีการงาน แต่เป็นความรู้สึกในใจลึกๆนั่นเอง
เธอพยายามที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่กับแรงกดดันต่างๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องที่ บ้าน และเธอก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับ กฦต เธอพยายามตั้งใจทำงานตามที่กฦตบอก และเรียนรู้ว่า การที่ทำแบบนั้นเพื่อความสบายใจของกฦต แม้ว่าตอนสุดท้ายเธอก็ยังพยายามทำตามที่กฦต"สั่ง" ถึงแม้ว่าจะขัดแย้งกับความรู้สึกเท่าไหร่ก็ตาม
ความจริงแล้ว เนื้อเรื่องตั้งแต่แรกก็แสดงให้ กฦต รู้สึกว่า วลิน น่ารัก แต่แล้ว วลิน ก็แสดงความเป็นน้องให้เขาเข้าใจว่า นี่คือน้องจริงๆ ต่อมา วลิน แสดงอาการหึง จนเพื่อนๆทักว่า วลิน ต้องแอบชอบ กฦต แต่แล้วเธอก็ไม่ได้แสดงออกอะไรอีก ซ้ำยังทำให้กฤตรู้สึกผิดที่ไปคิดอะไรกับน้อง ต่อมา วลิน แสดงอาการเอาแต่ใจมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากทำอย่างที่ใครๆต้องการ กฦต จึงต้องเข้าไปช่วย แล้วเขาเองก็รู้สึกว่า เขามีอิทธิพลต่อวลินมาก แต่แล้ว คนอื่นๆที่บ้านก็เขามาตอกย้ำว่า เธอเป็นแค่น้องจริงๆ ในขณะที่ความขัดแย้งถึงขีดสุด กฦต หัวปักหัวปำเชื่อว่า เขาต้องทำให้น้องคนนี้ก้าวหน้ามากขึ้น ด้วยความเป็นห่วง เพื่อคนที่คาดหวังในตัวเธอพอใจ ซึ่งเป็นการกดดันวลินอย่างมาก จนในที่สุด ทั้งสองก็แสดงออกมาว่ารู้สึกอย่างไร
ธีม (theme) ของหนังเรื่องนี้คือ "จะเป็นอย่างไร ถ้าทุกสิ่งที่เราทำตามกฎ กลับไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับชีวิต" เหตุผลก็คือ "ความรักไม่ได้อยู่ด้วยกฎเกณฑ์และเหตุผล เพราะเราอยู่กับมัน รู้สึกถึงมันตั้งแต่เรายังไม่มีกฎเกณฑ์และเหตุผลใดๆ" ตัวเอกของเรื่องรู้จักกันดีตั้งแต่ต้น แม้ความสัมพันธ์ในวัยเด็ก อาจจะไม่ใช่ความรัก แต่นั่นก็ทำให้มีความสุขได้ เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกแบบนี้ก็ยังคงอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้ทั้งคู่อ่อนแอลง แม้ว่าจะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม ความรู้สึกที่ดีนั้นก็จะกลายเป็นผลที่ดีที่สุดของชีวิตเมื่อเรายอมรับมันได้
กฦต เป็นคนอ่อนไหว แต่เขาเองก็รู้ตัวดี เขาจึงพยายามที่จะแสดงออกมาในแบบที่เข้มงวดกับชีวิต เขาไม่ได้คิดว่านี่เป็นการแสร้งทำ เพราะเขาเองก็ชอบชีวิตแบบนี้ และทำให้ความสัมพันธ์กับคนอื่นดู "ยืดยาว" กว่า และในหลายครั้งที่ความอ่อนไหวของเขาแสดงออกมา เขาจึงหันหน้าหนีสังคม และกลัวที่คนอื่นจะรับรู้
เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ในตอนแรกที่เขาพบวลิน เขาทำท่าเหมือนจะรับมือความรู้สึกประทับใจตัวน้องสาวคนนี้ได้ แต่เมื่อมันรุนแรงขึ้น เขาไม่เคยคิดหลบหน้าวลิน แต่เขาพยายามที่จะยึดมั่นในความคิด เรื่อง พี่เป็นห่วงน้องมากขึ้น (แม้ว่าจะมีตัวละครอื่น เข้าข้าง ความคิดนี้ และบางตัวละคร ก็ไม่เห็นด้วยกับการฝืนความรู้สึก) นั่นทำให้เขาค่อยๆเรียนรู้ว่า จะรักษาความรู้สึกนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ใครๆต้องรับผลจากความรู้สึกนี้ไปด้วย
วลิน เป็นเด็กสาวที่ภายนอกดูกล้าๆ ขี้โมโหนิดๆเมื่อมีอะไรไม่ถูกใจ แต่เมื่อเธอไม่มั่นใจ หรืออ่อนแอเธอกลับแสดงออกกับกฤตคนเดียวเท่านั้น เพราะในตอนแรกที่พบกันความรู้สึกไว้ใจแบบเด็กๆก็ยังมีอยู่ ต่อมาเมื่อเธอเองมีความรู้สึกใหม่ๆเกิดขึ้น เธอพยายามไม่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจนี้ให้กฦตรู้ บางทีเธอแสดงออกตรงกันข้าม เพื่อให้ภาพเก่าๆของตัวเธอที่มีต่อพี่ชายยังคงอยู่
การไม่แสดงออกถึงความรู้สึกตัวเองของวลินนั้น กดดันตัวเธอมาก สิ่งหนึ่งที่ช่วยเธออยู่อ้อมๆคือ คำสอนของกฦต ที่พยายามสร้างความมั่นใจให้กับเธอ แต่สิ่งที่เธอต่อสู้อยู่ไม่ใช่หน้าทีการงาน แต่เป็นความรู้สึกในใจลึกๆนั่นเอง
เธอพยายามที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่กับแรงกดดันต่างๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องที่ บ้าน และเธอก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับ กฦต เธอพยายามตั้งใจทำงานตามที่กฦตบอก และเรียนรู้ว่า การที่ทำแบบนั้นเพื่อความสบายใจของกฦต แม้ว่าตอนสุดท้ายเธอก็ยังพยายามทำตามที่กฦต"สั่ง" ถึงแม้ว่าจะขัดแย้งกับความรู้สึกเท่าไหร่ก็ตาม
edit @ 25 Dec 2007 00:00:34 by Browny Application
Tags: screenwriting, บทภาพยนต์, แฟนซี้0 Comments