เรื่องตลกของคนมีแฟน

posted on 31 Jan 2010 19:58 by bastation  in movies

"บ้าจริงๆเลย ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย"

ไม่จำเป็นต้องมองที่มาของเสียง เพื่อนผู้ทำงานในบ้านของผมก็พอจะเดาออกว่าเป็นใคร ท่าทางเฉยชาของพวกเรา กระตุ้นให้ โอ๋ แสดงอาการโวยวายได้เป็นอย่างดี และสุดท้าย เต้ เพื่อนผู้มีทั้งความอดทนน้อยและความเป็นห่วงเพื่อนก็จำเป็นต้องหันไปแสดงความเห็นใจอย่างเลี่ยงไม่ได้

เต้ "มีอะไรวะ โอ๋ เดินบ่นมาแต่ไกล"
เพื่อนในห้องแอบขำกันเล็กน้อย
โอ๋ "เรื่องอิ๊งอ่ะดิ คราวนี้เราเลิกกับเธอชัวร์"
เต้ "ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอวะ คราวนี้เรื่องอะไรล่ะ"
โอ๋ "อิ๊ง ... งงว่ะ ไม่รู้จะเอาอะไรแน่ แง่ง"
เต้ "อะไรแกวะ โอ๋ อิ้งมันเอาแต่ใจเหรอ"
โอ๋ "เออดิ เมื่อวานยังคุยกันดีๆ วันนี้ทำหน้าหยั่งกะเหม็นเบื่อกัน ไม่เข้าใจเลยว่ะ แกว่าไงว่ะ ป้อ"
ผมเองครับ แค่มองหน้ามัน มันก็หันมาถาม ความจริงผมสนใจพฤติกรรมเพื่อนผมทุกคน พวกเขามีแรงจูงใจที่หลากหลาย บางครั้งก็มีเรื่องให้ต้องท้อใจที่หลากหลายเช่นกัน
ป้อ "ไม่รู้ว่ะ เราไม่เคยมีแฟน"

ผมสงสัยพฤติกรรม ที่แปลกของโอ๋เสมอ จริงๆแล้วยังมีเพื่อนหลายคนในห้องที่มีแฟน ดูเหมือนโอ๋จะเป็นคนที่มีปัญหาที่สุดกับเรื่องนี้ แต่ความจริงผมคิดว่าทุกคนก็มีปัญหาทั้งนั้น เพียงแต่โอ๋มักแก้ปัญหาโดยการระบายออกมาแบบนั้น ผมเรียกว่าการแก้ปัญหา เพราะทุกครั้งที่พูดในวันนี้ ทุกอย่างมันจะดีในวันรุ่งขึ้นเสมอ ไม่ใช่เพราะคำปลอบใจของเต้ หรือใครๆ แต่มันเป็นอะไรซักอย่างที่ผมไม่เข้าใจ

โอ๋ "ขอบใจวะ ที่มาเป็นเพื่อนเรากินข้าว"
ป้อ "เออน่ะ อย่าคิดมาก จำได้เปล่า เมื่อก่อนพวกเรามากินที่นี่บ่อยๆ ตอนที่ไม่ค่อยมีตังค์"
โอ๋ "เออ บรรยากาศดี ราคาถูก ..."
ป้อ "เป็นยังไงบ้างวะ"
โอ๋ "เค้ายืมเงินของเราไป อื่ม ก็เยอะเหมือนกัน"
ป้อ "หืม เอาไปทำอะไรวะ"
โอ๋ "ไม่รู้ดิ อิ๊งไม่ได้บอก แค่ขอ เราก็ ดันให้"
ป้อ "ก้อตัดสินใจให้ไปแล้ว จะมามีปัญหาทำไมวะ"
โอ๋ "ก็คิดว่าจะซื้ออะไรมาอวดเราอ่ะดิ เมื่อก่อนก็แบบนี้ทุกที"
ป้อ "แล้วคราวนี้ล่ะ"
โอ๋ "เราสงสัยว่า อิ๊งจะซื้อของให้แฟนเก่า"
ป้อ "เหวอออ แกรู้ได้ไงวะ วันเกิดเค้าเหรอ"
โอ๋ "เออ วันเกิดใคร เธอก็ซื้อของให้เค้าหมด แต่วันนี้เป็นวันเกิดแฟนเก่าเค้า แต่เค้าไม่ยอมบอก"
ป้อ "ก็แสดงว่าเค้าแคร์เรานะ อิ๊งคงกลัวแกเสียใจไง"
โอ๋ "ถ้ากลัวเสียใจ แล้วซื้อของให้เค้าทำไมวะ"
ป้อ "แล้ววันนี้ที่เค้าโกรธแก เพราะเรื่องอะไรวะ"
โอ๋ "เฮ่อ นี่ก็เหมือนกัน กะว่าจะถามซะหน่อยว่า เอาเงินไปทำอะไร พี่แกก็ไม่ยอมคุยด้วย"
ป้อ "เอาน่า เรื่องนี้ เราดูแล้ว ยังไงแกก็ไม่ผิด ยังไงวันพรุ่งนี้แกค่อยถามเค้าอีกที"
โอ๋ "... ถ้าแค่นี้เราก็คิดเองได้ว่ะป้อ แต่ว่า ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ด้วยวะ"
ป้อ "หึ่ม ไม่รู้ว่ะ"
โอ๋ "คำว่าแฟนนี่ ไม่ได้เปลี่ยนแปลงให้อะไรดีขึ้นเลย"

เวลาเห็นใครเศร้า เรามักจะเศร้าไปด้วย แต่ผมว่าคงไม่เศร้าเท่าไหร่หรอก ถ้าเทียบกับเจ้าตัววันนี้ วันที่โอ๋ขออิ๊งเป็นแฟน เป็นอะไรที่สนุกสนานมากๆในหมู่เพื่อน เพราะพวกเราเองที่ยุให้โอ๋ไปสารภาพกับอิ๊ง โจ้ เพื่อนที่มักทำตัวเป็นหัวโจกบอกว่า จะเอาเรื่องของโอ๋ไปสร้างเป็นโฆษณาชิ้นต่อไป ผมเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ แต่มันก็ลากเพื่อนทุกคนให้ไปแอบดูจนได้

โจ้ "ขำว่ะ นี่กะพูดเล่นๆนะเว้ย ไอ้โอ๋มันดันเอาจริง"
ป้อ "เฮ้ย ก็ไหนบอกว่าติดชัวร์ไง"
เต้ "เออน่า เรื่องอย่างงี้มันไม่เกี่ยวกับใครหรอก โอ๋มันต้องตัดสินใจด้วยตัวเอง"
ป้อ "นั่นไงๆ สาวที่โอ๋มันจะสารภาพเดินมาแล้ว"

แต่สิ่งที่ผมเห็นก็คือ ใครซักคนที่พยายามรวบรวมความกล้าเพื่อที่จะบอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายหนึ่งรู้ มันมีเดิมพันเสมอ สำหรับโอ๋ มันคงยิ่งใหญ่พอตัว ไม่ใช่แค่สมหวังหรือกินแห้ว แต่มันมีความหมายมากกว่านั้น คนคนนั้นมีทั้งความกลัวและความมุ่งมั่นอยู่ในตัวในเวลาเดียวกัน แต่ความขัดแย้งนี้ก็ถูกกดดันด้วยสายตาของใครอีกคน คนที่มีความหมายที่สุด 

"เป็น...แฟนเรา ... นะ"

คำพูดไม่กี่คำ มันจะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมายอย่างนั้นเหรอ ผมรู้ดีว่าไม่มีผู้หญิงคนไหนตอบตกลงทันทีที่มีผู้ชายมาขอเป็นแฟนด้วย บางคนก็บอกว่าให้ดูๆกันไป เป็นเพื่อนกันไปก่อน ทั้งที่บางกรณีเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว บางคนก็ขอเวลาตัดสินใจ ทั้งๆที่รู้คำตอบอยู่แล้วว่าต้องรอ แต่ทำไมมันถึงยากเย็นนักที่จะพูด

"ตกลง เราเป็นแฟนกันนะ"

หลายเดือนต่อมา โจ้ ก็พาผมไปแอบฟังอีก ไม่ว่าคราวนี้จะเป็นเพราะอะไร ผมก็ไม่พลาดอยู่แล้ว ตอนนี้ ผมรู้สึกได้ถึงความรัก เหมือนกับว่าเป็นตัวเอง ทำไมความรักมันส่งอิทธิพลมาถึงคนที่อยู่ใกล้ๆได้ขนาดนี้ ผมชัดเริ่มสนใจขึ้นมาบ้างแล้ว

โอ๋ "ตกลง เราเป็นแฟนกันนะ"
ป้อ "อะไรแกวะ"
โอ๋ "แกก็อยู่ด้วยนี่ แกจำที่อิ๊งพูดกับชั้นไม่ได้เหรอ"
ป้อ "เออๆๆ จำได้ก็ได้ แล้วไง"
โอ๋ "แกรู้ป่ะ ตอนนี้ชั้นดีใจมากๆ มากซะจน..."
ป้อ "อื่ม เข้าใจว่ะ"
โอ๋ "แล้วไหงตอนนี้มันเป็นอย่างงี้วะ"

อิ๊ง กับ โอ๋ เดิมทีมีอะไรที่คล้ายกัน ทั้งสองเป็นคนมีเพื่อนฝูงเยอะ เป็นคนง่ายๆงียบๆไม่บ่นอะไร แต่คงเพราะความดีใจในตอนนั้น ก็ส่งผลให้เวลาต่อมาให้เพื่อนของผมเปลี่ยนไปทีละน้อย

โจ้ "เฮ้ย วันนี้ ไปฉลองปิดโปรเจ็คกันเว้ย ลูกค้าโอนเงินมาแล้ว วันนี้กูเลี้ยงเอง"
ผมจำไม่ได้ว่าใครพูดอะไรบ้าง นอกจาก...
โอ๋ "เออ ก็อยากไปอยู่นะ แต่วันนี้ อิ๊งมันชวนไปที่บ้านน่ะ ไม่ว่างวะ"
เต้ "ฮ่าๆๆ พาไปหาแม่เหรอวะ"
โอ๋ "โหย เจอกันหลายครั้งแล้ว แต่ก็ขัดไม่ได้วะ"
เต้ "เออ สนิทเข้าไว้ เดี๋ยวได้แต่งกันแน่"

เต้ เป็นคนที่เข้าใจเพื่อนเสมอ โจ้ ไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ ที่มีเพื่อนบางคนปฏิเสธความคิดเห็นของเขา ผม อยู่ตรงกลาง หลังจากนั้น ก็ไม่ค่อยมีใครชวนโอ๋มันอีก แม้ว่าจะมีแต่เต้ที่ถามถึงโอ๋อยู่บ้างในตอนแรก แต่สุดท้ายก็เหมือนจะเป้นที่เข้าใจโดยปริยาย

โอ๋ "ไม่ได้กินข้าวกับเพื่อนมานานแล้วนะ รู้นะเว้ย ว่าโจ้มันไม่ชอบที่เราเป็นอย่างงี้"
ป้อ "ก็แกมีแฟนแล้วนี่หว่า ใครๆก็เข้าใจ"
โอ๋ "เราคิดผิดเปล่าวะ ป้อ หลังจากวันที่เรากับอิ๊งเป็นแฟนกัน เราก็เปลี่ยนไป แต่อิ๊งยังเหมือนเดิม แกจะว่าชั้นเป็นคนไม่ดีที่ไม่มั่นคงใช่มะ"
ป้อ "ความรักมันเปลี่ยนคนเสมอ เปลี่ยนให้เข้มแข็ง อ่อนแอ คนที่ไม่มั่นคงคือคนที่เปลี่ยนแปลงความรักต่างหาก ที่เรียกว่าคนไม่ดี"
โอ๋ "เรามีแต่อ่อนแอว่ะ ป้อ เราเอาเรื่องบ้าๆไปให้พวกแกทุกที แล้วก็ให้เต้มันปลอบทุกที วันนี้มันคงเซ็งเรา แกเลยต้องมาแทนมัน"
ป้อ "ไม่มีใครเซ็งแกหรอก ใครๆเค้าเข้าใจแกดี"
โอ๋ "เรารักอิ๊งนะเว้ย แต่เหมือนทำให้เค้าผิดหวังยังไงไม่รู้"
ป้อ "ยังไงวะ"
โอ๋ "อิ๊งไม่ชอบที่เราเอาเรื่องเค้ามาพูดกับเพื่อน เค้าบอกว่าเค้าเองก็ไม่เคยพูด"
ป้อ "อื่ม"
โอ๋ "เค้าบอกว่า ชอบเห็นเราเวลาเฮฮา กับเพื่อนๆ แต่เราก็ชอบเอางานไปนั่งทำกับเค้าที่บ้าน"
ป้อ "อื่ม"

ความรักเปลี่ยนแปลงคนได้จริงๆ จากที่เคยอยู่แบบสบายๆ ก็กลายเป็นคนที่ขาดเขาไม่ได้ โดยเฉพาะพวกที่ไม่เคยกลัวอะไรนี่แหละ จะโดนความรักเปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว

โจ้ "ป้อ มึงอย่าคิดมีแฟนนะ กูขอร้อง"
ป้อ "อะไรวะ มามุขไหนเนี่ย"
โจ้ "มีแฟนแล้วทิ้งเพื่อนก็เบื่อสุดๆ"
ป้อ "เออ รู้นะเว้ยว่าหมายถึงใคร"
โจ้ "มึงรู้เปล่า เมื่อตอนที่กูรู้ว่าไอ้โอ๋ มันชอบอิ๊ง กูแซวมันทุกวันว่าแห้วแน่"
ป้อ "เฮ้ย แต่วันนั้นแกก็ช่วยยุให้โอ๋มันไปสารภาพด้วยไม่ใช่เหรอ"
โจ้ "เออ ก็วันนั้นกูก็คึกตามเพื่อนๆน่ะแหละ ตอนแรกก็คิดว่า ถ้ามันแห้วจะซ้ำเติมซะหน่อย ดูเด๊ะ กะจำทำงานล้อมันเลยด้วย"
ป้อ "คิดไรมากวะ เพื่อนเค้าได้คนดีๆ ก็ดีแล้ว"
โจ้ "ดียังไงวะ มึงเห็นรึเปล่า เดี๋ยวนี้ มันไม่ค่อยมายุ่งกับเราเลย วันๆเอาแต่พูดเรื่องอิ๊งอยู่ได้ เมื่อก่อน มันจะคุยเรื่องงานของมันว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ แต่เดี๋ยวนี้ เอาแต่เรื่องงี้เง่ามาบ่นได้ทุกวัน"

ผมฟังโจ้มันระบายอยู่ได้ตั้งนานถึงจะเข้าใจ ว่าไม่ว่าใครก็กลัวการเปลี่ยนแปลงทั้งนั้น ถึงบางคนจะพูดว่าเกลียดก็ตาม ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ว่าทุกเรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน แต่ผมต้องทำให้เพื่อนทุกคนลงเอยด้วยดี ผมตัดสินใจชวนโอ๋ไปกินข้าวเพื่อปลอบใจแทนเต้

เต้ "คิดอะไรแกวะ ป้อ"

ไม่ได้คิดอะไรมากกว่าเพื่อนๆทุกคนคิดหรอก ผมสมควรทำเรื่องนี้ เพราะผมไม่เคยเปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เชื่อมั้ยว่า เมื่อก่อนเต้มันก็ไม่เคยเป็นคนแคร์เพื่อนขนาดนี้ มันก็เปลี่ยนเพราะว่าแฟนของมันเหมือนกัน ตอนนี้อาจจะเป็นผมที่ต้องเปลี่ยนตัวเองบ้าง

ป้อ "ที่แกเล่ามานะโอ๋ เหมือนกับอิ๊งไม่พอใจที่แกหยั่งงั้นแหละ"
โอ๋ "เออ ก็รู้สึกอยู่เหมือนกัน"
ป้อ "เปล่านะเว้ย ชั้นพูดว่าแกคิดแบบนั้น"
โอ๋ "ช่างเหอะวะ ยังไงเราก็คงต้องทนแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ"
ป้อ "มันจะดีเหรอ"
โอ๋ "เรารักเค้าไปแล้ว เราขาดเค้าไม่ได้"
ป้อ "งั้นอิ๊งล่ะ เค้าก็รักแกนะ"
โอ๋ "ก็ ... มั้ง"
ป้อ "เชื่อมั่นดิวะ พรุ่งนี้ทุกอย่างก็จะดีเอง ใช่ป่ะ"
โอ๋ "แล้วมันก็ต้องมีแย่ใหม่ วนไปมาอยู่อย่างนี้"
ป้อ "แล้วรู้มั้ยว่าทำไม พรุ่งนีพวกแกก็ดีกัน เหมือนทุกที"
โอ๋ "ทำไมวะ"
ป้อ "ก็เพราะอิ๊ง เค้าเข้าใจแกนะซิ"
โอ๋ "เข้าใจ?"
ป้อ "ในขณะที่แกโทษว่าแกเปลี่ยนไป แกดูรอบข้างแกดิว่าใครเปลี่ยนไปบ้าง โจ้เหรอ เต้เหรอ หรือว่าอิ๊งเปลี่ยน"
โอ๋ "โจ้มันไม่ชอบหน้าเราแล้วมั้ง เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยพูดกับเราเลย"
ป้อ "เพราะมันไม่ชอบง้อใครนี่หว่า ขืนไปชวนแก แกก็ไปกับอิ๊งอยู่ดี"
โอ๋ "แล้วเต้ล่ะ"
ป้อ "เต้มันเข้าใจแกที่สุดเลยว่ะ ที่มันไม่มา เพราะเราขอมันเองเว้ย"
โอ๋ "เออ ขอบใจ"
ป้อ "ส่วนเรื่องอิ๊ง ไม่รู้ว่ะ เพราะชั้นไม่ใช่ผู้หญิง"
โอ๋ "ฮ่าๆๆๆ เออ เออ เข้าใจแล้ว"
ป้อ "เอาเป็นว่า ถ้าพรุ่งนี้แกคือดีกับอิ๊งได้ ชั้นจะลองเข้าใจความรู้สึกผู้หญิงบ้าง"
โอ๋ "ฮ่ะๆๆ แกทำได้อยู่แล้ว เพื่อน"

วันรุ่งขึ้นอิ๊งมาหาโอ๋ที่ห้องทำงานของเรา เหมือนอย่างเคยทุกครั้งที่ทะเลาะกัน มันก็กลับมาดีกันอีก แต่คราวนี้อิ๊งเป็นฝ่ายมาง้อโอ๋ ทุกคนในห้องเหมือนรู้งาน ต่างพากันไม่สนใจ แต่โอ๋ก็จูงมืออิ๊งออกไปคุยข้างนอกอยู่ดี ทั้งคู่คุยกันอยู่พักนึง อิ๊งก็เดินกลับเข้ามาในห้องคนเดียว ผมเป็นคนเดียวที่ให้ไปมองอิ๊งแล้วเหลือบไปเห็นโอ๋ยืนอยู่ข้างนอก เธอเดินตรงเข้าไปหาโจ้แล้วก็พูดว่า

"โจ้ วันนี้อิ๊งขอตัวโอ๋ไปทำงานที่บ้านนะ"

เรื่องน่าสนุกขึ้นแล้ว ไม่เคยมีใครเห็นไอ้โจ้หน้าแดง ยิ่งมันมองเพื่อนทุกคนที่มองมันเป็นสายตาเดียว มันก็ยิ่งแดงขึ้นอีก เพื่อนหลายคนก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น ยกเว้น เต้ คนที่น่าจะเข้าใจอะไรดีที่สุดว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน บางครั้งผู้หญิงก็สามารถทำอะไรที่เหนือความคาดหมายได้ขนาดนี้

ผมไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเรื่องนี้มีใครเปลี่ยนไปบ้าง อะไรบ้างที่เปลี่ยน อะไรบ้างที่ไม่เปลี่ยน ไม่ว่าจะเข้มแข็งขึ้น อ่อนแอลง แต่ดูเหมือนว่ามันจะสำคัญตรงที่ว่า ความรักคือความเข้าใจ ถ้าเรารู้อยู่แล้วว่าเราหรือคนที่เรารักจะเปลี่ยนไป มันก็ไม่สำคัญแล้ว อาจจะถึงเวลาแล้วที่ผมจะลองเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบคนอื่นๆบ้าง แต่ผมก็จะจดจำความรู้สึกในวันนี้ ถ้ามีความรักก็จะรักษาความรักเอาไว้ ทั้งความรักของเพื่อนๆทุกคน และความรักครั้งใหม่ที่กำลังมา

เต้ "คราวนี้ แกไม่ได้แช่งมันใช่ป่ะโจ้"
โจ้ "เออ ไม่ได้ว่าอะไร กูลืมไปหมดแล้ว"
โอ๋ "อะไรวะ นี่ตอนกู มึงแช่งกูด้วยเหรอวะ"
โจ้ "เออน่า ขำๆว่ะ"
เต้ "เฮ้ยๆ เงียบๆ นู้น เดินมานู้นแล้ว"
โอ๋ "ฮ่าๆๆ ขำว่ะ ไอ้ป้อ ทำเป็นพูดดี คราวนี้แกจะทำไงวะ"

"เป็น...แฟนเรา ... นะ"