WAR 3D

posted on 02 Jan 2008 18:49 by bastation  in movies

เรื่อง War 3D นี้ ตั้งใจจะเขียนเป็นการ์ตูนครับ theme ของเรื่องคือ จะเป็นอย่างไรถ้าคุณถูกโจมตีจากคนที่ไม่ได้เก่งที่สุด แต่เป็นคนที่ฉลาดที่สุด จริงๆเรื่องนี้อยากจะแสดงให้เห็นว่า การต่อสู้ที่แท้จริงไม่ได้มาจากกำลัง แต่เรื่องพยายามจะบอกว่า สงครามนั้น จริงๆเกิดจากความ "ผิดพลาด"

การ setting ของเรื่องคือ พระเอก ผู้มีความสามารถมากมาย ได้เดินทางไปต่อสู้กับกลุ่มนักฆ่า แต่เมื่อเอาชนะได้ เขาได้พบกับผู้รอบรู้คนหนึ่ง ผู้ซึ่งให้คำตอบว่า ตนเองไม่ได้ติดอยู่ใน top100 ของผู้ที่อันตรายสุดยอด และเขาก็ได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับคนคนหนึ่ง ผู้ที่เป็นอัตรายกว่า ในตอนแรก พระเอกของเราต้องการจะต่อสู้กับคนคนนั้น แต่บุคคลนั้น กลับขอร้องให้เขาช่วยเหลือ เหตุเพราะความสามารถของเขานั้นเป็นอันตรายต่อตัวของเขาเอง พระเอกถูกชะตากับคนคนนั้นจึงช่วยดูแล และแลกเปลี่ยนกับการที่ให้เขาใช้ความสามารถนั้นพาพระเอกไปพบกับศัตรูที่เก่งกว่า

ความสามารถของชายคนนั้นคือ "การรู้แจ้ง" ชายคนนี้ เพียงแค่หลับตาก็สามารถมองเห็นคนที่อยู่รอบข้าง และรู้ถึงเรื่องราวต่างๆได้ แม้ว่าเขาจะสามารถใช้ความสามารถนี้ ก็สามารถเอาตัวรอดได้มาก่อน แต่สิ่งที่เขาต้องการมากกว่านั้นคือ "กำลังใจ"

พล๊อต ของเรื่องคือ พระเอกใช้ความสามารถของเพื่อน เพื่อหาศัตรูที่เก่งกว่า แต่สิ่งที่เขาเรียนรู้คืออันตรายที่มีมากกว่าพละกำลัง สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเอาตัวรอดไม่ใช่พละกำลัง แต่คือการมองเห็นช่องทางที่จะมีชีวิตรอด ไม่ใช่การทำลาย เขาเดินทางเพื่อกำจัดศัตรู โดยต้องมองหาจุดอ่อนที่ไม่ได้อยู่ที่ร่างกายแต่อยู่ที่จิตใจ และเอาชนะด้วยความมีสติ และสุดท้ายเขาก็เขาใจว่าศัตรูที่ฆ่ายากที่สุด คือศัตรูที่ไม่มีความชั่วร้าย ศัตรูที่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องเอาชนะ และภายใต้จิตใจที่ต้องการจะเป็นอันดับหนึ่งนั่นเอง คือศัตรูที่เขาค้นหา

แฟนซี้ ธีมของเรื่อง

posted on 24 Dec 2007 23:10 by bastation  in movies
เนื้อเรื่องส่วนนี้จะเป็นการทดสอบเรื่องการใส่ ธีมให้กับตัวละคร โดยนำเสนอตอนที่ กฦต รู้สึกแย่ที่สุด เมื่อ วลิน เริ่มแสดงทีท่าเอาแต่ใจมาก แม้ว่ามีคนเตือนเขาว่า คนเราแตกต่างกัน จะให้ทำอะไรอย่างที่เราคิดภายใต้สภาวะที่แตกต่างกันไม่ได้ แต่อีกด้านหนึ่งก็ถูกกดดันจากทางบ้านเรื่อง ให้ดูแลน้องสาว เขาจึงตัดสินใจที่จะเข้มงวด

ความจริงแล้ว เนื้อเรื่องตั้งแต่แรกก็แสดงให้ กฦต รู้สึกว่า วลิน น่ารัก แต่แล้ว วลิน ก็แสดงความเป็นน้องให้เขาเข้าใจว่า นี่คือน้องจริงๆ ต่อมา วลิน แสดงอาการหึง จนเพื่อนๆทักว่า วลิน ต้องแอบชอบ กฦต แต่แล้วเธอก็ไม่ได้แสดงออกอะไรอีก ซ้ำยังทำให้กฤตรู้สึกผิดที่ไปคิดอะไรกับน้อง ต่อมา วลิน แสดงอาการเอาแต่ใจมากขึ้น ด้วยเหตุผลที่ไม่อยากทำอย่างที่ใครๆต้องการ กฦต จึงต้องเข้าไปช่วย แล้วเขาเองก็รู้สึกว่า เขามีอิทธิพลต่อวลินมาก แต่แล้ว คนอื่นๆที่บ้านก็เขามาตอกย้ำว่า เธอเป็นแค่น้องจริงๆ ในขณะที่ความขัดแย้งถึงขีดสุด กฦต หัวปักหัวปำเชื่อว่า เขาต้องทำให้น้องคนนี้ก้าวหน้ามากขึ้น ด้วยความเป็นห่วง เพื่อคนที่คาดหวังในตัวเธอพอใจ ซึ่งเป็นการกดดันวลินอย่างมาก จนในที่สุด ทั้งสองก็แสดงออกมาว่ารู้สึกอย่างไร

ธีม (theme) ของหนังเรื่องนี้คือ "จะเป็นอย่างไร ถ้าทุกสิ่งที่เราทำตามกฎ กลับไม่ได้ให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกับชีวิต" เหตุผลก็คือ "ความรักไม่ได้อยู่ด้วยกฎเกณฑ์และเหตุผล เพราะเราอยู่กับมัน รู้สึกถึงมันตั้งแต่เรายังไม่มีกฎเกณฑ์และเหตุผลใดๆ" ตัวเอกของเรื่องรู้จักกันดีตั้งแต่ต้น แม้ความสัมพันธ์ในวัยเด็ก อาจจะไม่ใช่ความรัก แต่นั่นก็ทำให้มีความสุขได้ เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกแบบนี้ก็ยังคงอยู่ ซึ่งอาจจะทำให้ทั้งคู่อ่อนแอลง แม้ว่าจะอ้างเหตุผลอะไรก็ตาม ความรู้สึกที่ดีนั้นก็จะกลายเป็นผลที่ดีที่สุดของชีวิตเมื่อเรายอมรับมันได้

กฦต เป็นคนอ่อนไหว แต่เขาเองก็รู้ตัวดี เขาจึงพยายามที่จะแสดงออกมาในแบบที่เข้มงวดกับชีวิต เขาไม่ได้คิดว่านี่เป็นการแสร้งทำ เพราะเขาเองก็ชอบชีวิตแบบนี้ และทำให้ความสัมพันธ์กับคนอื่นดู "ยืดยาว" กว่า และในหลายครั้งที่ความอ่อนไหวของเขาแสดงออกมา เขาจึงหันหน้าหนีสังคม และกลัวที่คนอื่นจะรับรู้
เมื่อมีบางอย่างเกิดขึ้นกับเขา ในตอนแรกที่เขาพบวลิน เขาทำท่าเหมือนจะรับมือความรู้สึกประทับใจตัวน้องสาวคนนี้ได้ แต่เมื่อมันรุนแรงขึ้น เขาไม่เคยคิดหลบหน้าวลิน แต่เขาพยายามที่จะยึดมั่นในความคิด เรื่อง พี่เป็นห่วงน้องมากขึ้น (แม้ว่าจะมีตัวละครอื่น เข้าข้าง ความคิดนี้ และบางตัวละคร ก็ไม่เห็นด้วยกับการฝืนความรู้สึก) นั่นทำให้เขาค่อยๆเรียนรู้ว่า จะรักษาความรู้สึกนี้อย่างไร เพื่อไม่ให้ใครๆต้องรับผลจากความรู้สึกนี้ไปด้วย

วลิน เป็นเด็กสาวที่ภายนอกดูกล้าๆ ขี้โมโหนิดๆเมื่อมีอะไรไม่ถูกใจ แต่เมื่อเธอไม่มั่นใจ หรืออ่อนแอเธอกลับแสดงออกกับกฤตคนเดียวเท่านั้น เพราะในตอนแรกที่พบกันความรู้สึกไว้ใจแบบเด็กๆก็ยังมีอยู่ ต่อมาเมื่อเธอเองมีความรู้สึกใหม่ๆเกิดขึ้น เธอพยายามไม่แสดงออกถึงความไม่มั่นใจนี้ให้กฦตรู้ บางทีเธอแสดงออกตรงกันข้าม เพื่อให้ภาพเก่าๆของตัวเธอที่มีต่อพี่ชายยังคงอยู่
การไม่แสดงออกถึงความรู้สึกตัวเองของวลินนั้น กดดันตัวเธอมาก สิ่งหนึ่งที่ช่วยเธออยู่อ้อมๆคือ คำสอนของกฦต ที่พยายามสร้างความมั่นใจให้กับเธอ แต่สิ่งที่เธอต่อสู้อยู่ไม่ใช่หน้าทีการงาน แต่เป็นความรู้สึกในใจลึกๆนั่นเอง
เธอพยายามที่จะเรียนรู้ที่จะอยู่กับแรงกดดันต่างๆ ทั้งเรื่องงานและเรื่องที่ บ้าน และเธอก็พยายามปรับตัวให้เข้ากับ กฦต เธอพยายามตั้งใจทำงานตามที่กฦตบอก และเรียนรู้ว่า การที่ทำแบบนั้นเพื่อความสบายใจของกฦต แม้ว่าตอนสุดท้ายเธอก็ยังพยายามทำตามที่กฦต"สั่ง" ถึงแม้ว่าจะขัดแย้งกับความรู้สึกเท่าไหร่ก็ตาม

edit @ 25 Dec 2007 00:00:34 by Browny Application

กฤต หนุ่มใหญ่อายุ 30 ที่ชอบวางท่าว่าเป็นพี่ใหญ่ในที่ทำงาน แม้ชีวิตครอบครัวจะไม่ค่อยดีนัก แต่ชีวิตการงานของเขาเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นๆได้อย่างดี

วลิน เด็กข้างบ้านของกฤต ถูกผู้ใหญ่ฝากให้ดูแล เมื่อเธอกำลังจะเข้าทำงานที่เดียวกัน สมัยเด็ก ทั้งสองเคยเป็นเพื่อนเล่นกัน แต่เธอดูจะเป็นลูกน้องของเขามากกว่า(แม้ว่าเป็นผู้หญิง) เมื่อโตขึ้น ความรู้สึกเก่าๆก็กลับมา

ที่ทำงาน วันที่วลินจะเข้าสัมภาษณ์
วันนี้วลินกับเพื่อนสองคน มาสัมภาษณ์ที่บริษัท ด้วยความที่ไว้ใจว่าลูกพี่คนเก่งพอจะช่วยอะไรเธอได้ ซึ่งความจริงก็ไม่ได้เกี่ยวกันเท่าไหร่ เด็กน้อยที่โตเป็นสาวอายุต่างกัน 7 ปี ครั้งก่อนที่เคยว่านอนสอนง่าย สั่งยังไงทำอย่างนั้น วันนี้เธอสวยขึ้น เก่งขึ้น และน่าจะเป็นตัวของตัวเองมาขึ้น

วลิน : ฟู่ ... ตื่นเต้นชมัดเลย

กฤต : เหมือนกัน แต่วันนี้เธอดูดีมากเลยนะ

วลิน : พูดอย่างกับเคยเห็นตอนที่ดูไม่ดีอย่างนั้นแหละ

กฤต : นั่นซิ เธอดูดีซะทุกวัน วันนี้ก็ดูดี เหมือนเดิม

วลิน : ไม่ไหวไม่ไหว ยังตื่นเต้นอยู่เลย ดูซิ เอาไงดีล่ะพี่กฤต

กฤต : เอางี้

กฤตพาวลินเดินออกมาจากที่ที่ดูอึดอัน เขาพาเธอมาที่ทางเดินหนีไฟ

วลิน : เอายังไง เพื่อนๆรออยู่นะ

กฤตจับที่หัวไหล่วลินทั้งสองข้าง

กฤต : เอาล่ะ คราวนี้หายใจลึกๆ แล้วหายใจออกทางปาก

วลิน : ฟืด

กฤต : หายใจออกด้วย เป่าออกทางปาก

วลิน : ฟู่...

กฤต : โอเค ไม่มีกลิ่นปาก

วลิน (ใช้มือตีที่หน้าอก) : จะบ้าเหรอ ยิ่งเครียดอยู่

กฤต : ฟังนะ เธอเก่งมาตลอด ตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เธอทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น ใครๆก็รู้ ใช่มั้ย

วลิน : ใช่...

กฤต : คนข้างในนั่นก็รู้ เขาอยากรู้อะไร เราก็แค่พูดออกไป ยังไงเขาก็รู้อยู่แล้ว

วลิน : ใช่ รู้ว่าเราเก่ง

กฤต : ใช่ เธอมีอะไรหลายๆอย่างที่ใครๆก็สนใจ ฉันก็สนใจ แต่เสียดายที่ฉันไม่ได้จ้างเธอ ฉันโดนตัดหน้าไปซะก่อน

วลิน (ทำท่างงๆ) : หา...

กฤต : เธอเป็นบุคคลที่มีค่าไง ทำอย่างที่เคยทำเหมือนทุกๆครั้ง แล้วใครๆก็ประทับใจเธอทุกๆครั้ง นี่ก็แค่อีกวันหนึ่ง ที่เธอจะทำมันอีก เป็นการตอกย้ำว่าเราสุดยอด สุดยอด...

วลินเอื้อมตัวเข้าไปจูบกฤต ทำให้กฤตถึงกับเอ๋อไปชั่วครู่...

วลิน : สุดยอด ใช่สุดยอด ทำแบบที่เคยทำ ทำแบบที่ผ่านๆมา

กฤต : เธอไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อนนี่นา

วลิน : ก็แบบนี้แหละ ถึงจะมั่นใจกว่า ใครๆจะได้รู้ว่าเราสุดยอด

กฤต : ก็สุดยอดดีอ่ะนะ

วลิน : ก็แน่ละ ไปกันเถอะ

ทั้งสองเดินออกมา วลินดูท่าทางมั่นใจเต็มที่ ก่อนที่จะไปนั่งรวมกับเพื่อนๆที่รอสัมภาษณ์

เพื่อนกฤต : น้องสาวแกดูมั่นใจสุดยอดเลยว่ะ

กฤต : เอ้อ สุดยอด

เพื่อกฤต : แล้วนี่แกเป็นอะไรไปวะ

กฤต : สุดยอด เอ้อ ... เปล่า รู้สึกเหมือนว่าเธอจะไม่ได้เป็นน้องสาวฉันอีกแล้ว

เพื่อนกฤต : เห... ฝ่ายบุคคลไม่โหดขนาดนั้นหรอกนะ


พล๊อตเรื่อง

เรื่องความรักของหนุ่มสาวที่เรียกได้ว่า "คนบ้างาน" ซึ่งเต็มไปด้วยภาระที่ต้องรับผิดชอบ แม้ว่าจะหนักอยู่บ้าง แต่มันก็เต็มไปด้วยพลังที่จะเอาชนะ เมื่อลองมองย้อนกลับมาดูชีวิตของตัวเองแล้ว ทุกคนก็เป็นแค่คนธรรมดา ที่ไม่อาจหลีกหนีความรู้สึกได้
ตัวเอกของเรื่อง พยายามที่จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับคนอื่นในเรื่องงาน ซึ่งนั่นก็เป็นผลดีกับบุคคลทั่วไป ที่ไม่ได้มองเขามากไปกว่าเครื่องผลิตความคิดชั้นดี แต่สำหรับคนที่รักเขา กลับมองในแง่ของความภาคภูมิใจ ตัวเอกพยายามจะเสนอความคิดเรื่องการสร้างกำลังใจให้กับตัวเอง โดยที่เขาไม่รู้เลยว่าใครคนหนึ่ง กลับใช้มันเพื่อสร้างกำลังใจที่จะอยู่ข้างๆ "คนบ้างาน" อย่างเขา

edit @ 20 Dec 2007 16:47:43 by Browny Application

edit @ 20 Dec 2007 16:53:08 by Browny Application