Pure Port เพราะ เธอ ฉัน เท่ากันทุกประการ
posted on 19 Dec 2009 07:24 by bastation in movies
"สวัสดีนะ"
"...."
"ผม ... เออ ผมทำงานติดต่อกันหลายวัน แล้วก็ ผมค่อนข้างเหนื่อยเอามากๆ ผมเลยไม่ได้โทรหาคุณ ผมอยากจะบอกคุณว่า ผมคิดถึงคุณมากๆเลย ไม่ได้แกล้งอะไรนะ เพราะคุณอาจจะคิดว่าผมแกล้งทำเป็นไม่สนใจ หรือว่าไม่สนใจจริงๆก็ได้ แต่ผมอยากให้คุณรู้"
"ฟังดูเหมือนผมมาระบายอะไรให้คุณฟังซินะ ก็จริง ผมคิดถึงมากจนอยากระบาย แต่คิดว่ามันอาจจะดีสำหรับคุณ ถ้าคุณได้รู้ว่าผมก็เป็นอีกคนที่คิดถึงคุณเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้น เลิกเหงาได้เลย ถ้าคุณยังจำคำพูดผมตอนนี้เอาไว้"
"เออ ... คุณ ไม่ได้อยู่คนเดียว อย่างน้อยก็มีผม ผมพูดความจริง"
ผมเลือกลงวิชา Pure Mathematics เพราะผู้หญิงคนหนึ่ง อ่อ ... เธอไม่ใช่คนที่ผมพูดถึงเมื่อกี้แน่ เพราะผมรู้สึกสนใจในตัวเธอในแง่ของความคิด มากกว่ารูปลักษณ์ภายนอก เธออายุรุ่นแม่ผม ถ้าเธออายุพอๆกัน หรือถ้าจะให้ดี ก็น้อยกว่าผมซัก 8 ปี ผมอาจจะคิดว่า อะไรสักอย่างที่ไร้เหตุผล สั่งให้เธอมาคู่กับผม
เธอเป็นอาจารย์ภาควิชาคณิตศาสตร์ ท่าทางเคร่งขรึมตลอดเวลาของเธอทำให้ผมสงสัยว่า ทำไมยัย Robocob นี่ ถึงได้มีลูกสาวที่แสนมหัศจรรย์ได้ขนาดนั้น เธอชื่อ "เนย" ของผม
จะว่าไปแล้วหลักการและเหตุผลที่ผมเคยได้ฟังจากเธอ เป็นความท้าทายมากกว่าแรงจูงใจให้ผมเข้ามาเรียนวิชาของเธอ ผมไม่เคยพูด แสดงความคิดอะไรเวลาได้เรียนต่อหน้าเธอ จริงๆอาจจะเป็นเพราะผมขี้อาย อายเธอคนเดียว หรือไม่ก็เพื่อนทั้งห้อง แต่ผมกลับตอบตัวเองว่า มันไร้เหตุผล ทั้งๆ นี่แหละเหตุผล เหตุผลที่ทำให้ผมมาอยู่ที่นี่
"คณิตศาสตร์ เหมือนกับศาสนา ตรงไหน"
"นั่นสิ เหมือนกันตรงไหน" นักเรียนในชั้นถามได้ตรงใจผมมาก
"ตรงที่ มันเป็นเครื่องมือ สำหรับความรู้ด้านอื่นๆ ถ้าเธอไม่ใช่พระ เธอจะทำงานด้วยศาสนาไม่ได้ แต่เธออยู่เพื่อทำงานต่อไปได้เพราะศาสนา"
"ว้าว ... ฟังดูเหมือนยัดเยียดกันจัง" ผมพูดต่อจากเป้าผมทันที
"นายปัถย์ เธอมีข้อคิดเห็นดีๆอยู่ใช่มั้ย"
"แล้วมันมีประโยชน์อะไรละครับ ถ้ามันเป็นผลจากความจริงทางศาสนา เออ ... ทางคณิตศาสตร์เท่านั้น มันไม่ได้เป็นแก่นอะไรเลย"
"ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล ไม่จำเป็นต้องมีแก่น ก็เป็นประโยชน์ได้นี่ "
"สำหรับอะไรที่ไม่มีเหตุผล คุณก็ไม่จำเป็นต้องถามผมอยู่ดี"
"เหตุผลเดียวกับที่ ผู้ชายสนใจผู้หญิง ทั้งๆหล่อนดูไร้เหตุผล"
เสียงฮือฮาของเพื่อนในห้องเริ่มดังขึ้น
"อาจารย์ จะบอกว่า อาจารย์สนใจผม ด้วยเหตุผลเดียวกันงั้นเหรอ"
"ฮึๆๆ ฉันกำลังพยายามเข้าใจเหตุผลว่าทำไมลูกสาวฉันถึงสนใจตัวเธอ"
ได้ผล จะบอกว่าเกินคาด ก็ไม่เสียฟอร์มนัก เพื่อนๆต่างสนใจกันใหญ่ เหมือนเรื่องตลกในครอบครัว เหมือนคนรักที่เถียงกันกลางตลาด มักดึงดูดความสนใจจากคนไม่รู้จักได้เป็นอย่างดี
"เฮ แกกับเนยเป็นแฟนกันเหรอ"
"แกนี่บ้าว่ะ"
"จะแต่งกันเมื่อไหร่วะเพื่อน"
"คงยากอ่ะ แม่ยายกับลูกเขย พอๆกันเลย"
ขอบคุณที่ชม รับเคราะห์ไปเถอะเพื่อน
ใช่ครับ เนย ที่รักของผม ในความจริงแล้วผมเป็นฝ่ายสนใจเธอก่อน ไม่ใช่เพราะคำพูดของเพื่อนของผมที่ตราหน้าว่า คนอย่างผมจีบใครไม่เป็น ซึ่งก็จริง แต่มันเริ่มจากความสงสัยของผมเอง เนย เป็นคนร่าเริง เธอขี้อายคล้ายผม แต่เธอชอบศิลปะมาก ผมเคยคิดว่าเด็กที่เรียนศิลป์จะมีท่าทางที่ขัดหูขัดตาเด็กภาคคณิตศาสตร์อย่างผมเสมอ แต่ผมคิดผิด
มีนักเรียนศิลปกรรมไม่น้อยที่เป็นอย่างเนย แต่เท่าที่รู้ เนยเป็นนักเรียนศิลปกรรมคนเดียวที่มีแม่เป็นถึงด๊อกเตอร์ด้านคณิตศาสตร์ เท่าที่รู้เธอเสียพ่อไปตั้งแต่เด็ก เธอน่าจะเป็นคนแข็งๆ แต่ผมก็คิดผิดอีก และถ้าเป็นอย่างเพื่อนผมพูดว่า แม่ของเธอกับผมพอๆกัน แล้วเนยได้ "สิ่งนั้น" มาจากไหน
เนยเป็นคนเงียบๆ ขี้อาย มีแต่เพื่อนๆเธอเท่านั้น ที่รู้ว่าเธอมีพรสวรรค์ทางด้านออกแบบเสียผ้า แต่เมื่อไหร่ที่เธอสวมเสื้อผ้าเหล่านั้น มันก็จะดูเรียบง่าย เงียบสงบ แม้ว่าเสื้อผ้าเหล่านั้นจะมีสีสรรมากเท่าไหร่ก็ตาม สำหรับผมมันเป็นสิ่งสวยงามที่สุด เหมือนสูตรคณิตศาสตร์ที่สั้นกระทัดรัด แต่ก็ไม่อาจจะหักล่างได้
บางครั้ง ผมก็รู้สึกว่าเนยเป็นคนเหงาๆ มีเพื่อนน้อย เธอมักเก็บตัวทำอะไรของตัวเองอยู่คนเดียว นานๆครั้งผมจะเห็นเธออยู่กับเพื่อนๆ และเธอก็จะหัวเราะสั้นๆอยู่ตลอดเวลา
"นายปัถย์"
"ครับ" ผมตอบรับจากด๊อกเตอร์ของผม จากที่กำลังคิดอะไรเพลิน ถึงลูกสาวของเธอ
"จากพฤติกรรมของเธอ ฉันก็ยังสงสัยอยู๋ดีว่าทำไม เธอต้องเขียนคำว่า ยุ่ง ทุกครั้งในกระดาษคำตอบของฉัน"
"กระดาษคำตอบของคุณ แสดงว่าอาจารย์ตรวจสอบกับอาจารย์คนอื่นแล้ว"
"ใช่ เพื่อให้แน่ใจว่าเธอมีปัญหาอะไรกันแน่"
"นั่นสิครับ ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน"
ด๊อกเตอร์ถอนหายใจเล็กๆ
"คะแนนของเธอยอดเยี่ยมที่สุดในชั้น ผลงานทางคอมพิวเตอร์เธอก็น่าสนใจ แม้ว่าจะไม่ได้รับรางวัลในการประกวดอะไรก็ตาม"
"ผมก็ ... สนใจมันเหมือนกันครับ"
"งั้นบอกได้มั้ยว่าเธอกำลังรออะไรอยู่"
ผมมองหน้าอาจารย์ ผมรู้ได้ถึงความเมตตา ผมควรจะถามอะไรเธอสักอย่าง เพื่อตัวผมเอง
"ผมชอบเนยครับ" น่าแปลกที่เธอไม่แสดงอาการแปลกใจอะไร
"ผม ไม่เข้าใจ มันน่าจะง่ายกว่านี้ถ้าเธอเหมือนคุณ"
"ขอบคุณ ฉันคิดว่านี่คือคำชม แต่จริงๆแล้วเธอไม่ได้ชื่นชมฉัน"
"อาจารย์คิดอย่างนั้นหรือครับ"
ตอนที่ผมรู้จักกับเนย มันเป็นเรื่องที่บ้ามากๆ ผมเดินเข้าไปทักเธอ ด้วยความรู้สึกที่ต่างจากความรู้สึกแรกที่ผมพบเธอ ความจริงผมไม่เคยแปลกใจที่มันเป็นเช่นนี้ เหมือนกับเวลาที่ผมอยากกินไอศกรีม สุดท้ายผมก็เดินเข้าไปถามเขาว่า มันทำยังไง แต่ครั้งนี้ผมคงบ้าจริงๆ ผมไม่ได้เข้าไปถามเธอว่าเธอเกิดมายังไงหรอก แต่ผมสนใจเธอ มากกว่าที่จะเอยถามเธอเพียงคำถามสองคำถามได้ ผมดูภาพเสื้อผ้าที่เธอออกแบบ ในใจพยายามคิดว่า ผมควรทักเธออย่างไร คำถามไหนที่จะทำให้ผมหายสงสัยเรื่องเหล่านี้
มันใช้เวลานานมาก แต่เมื่อผมสบตากับเธอ ผมก็รู้ว่ามันก็นานสำหรับเธอเหมือนกัน
"เสื้อผ้าผู้ชายก็มีนะ ถ้าเธอสนใจ"
เธอทักผมก่อน ผมต้องตอบเธอทันที มันรู้สึกผิด เพราะผมตั้งใจจะทักเธอก่อนตั้งแต่แรก
"เหรอ ..." ผมทำได้แค่นี้
"เอ่อ ปกติ คงไม่มีนักเรียนคณะอื่นมาที่ที่น่าสนใจนี้เท่าไหร่ใช่มั้ย"
"ไม่หรอกคะ แต่ไม่ค่อยมีใครเข้ามาที่นี่เพราะงานพวกนี้เท่าไหร่"
"ไม่นะ ผมสนใจจริงๆ เอ่อ ... แต่ก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกันว่าทำไม"
"ไม่เห็นต้องมีเหตุผลนี่ค่ะ เธอคิดมากไปแล้ว"
"คงงั้นมั้ง"
เราคุยกับผมนานมาก ถ้าคิดแบบเมื่อก่อน ผมคงคิดว่าเธอสนใจผมแน่ๆ ผมหมายถึงความคิดของผมนะ แต่คราวนี้ ผมกลับรู้สึกว่าผมแพ้ ทั้งๆที่เราไม่ได้แข่งอะไรกัน และผมก็ไม่ได้ตั้งกฎอะไรเลย แต่ความรู้สึกแพ้มันมาจากไหน วัดกันที่ไหน
"เธอนี่ตลกดีนะ เธอชอบแสดงความเห็นตลอดซินะ" เนยถาม
"เอ่อ ผมขอโทษ มันคงดู ... เหมือนเราเถียงกัน"
"ไม่หรอกคะ เธอคิดมากอีกแล้ว"
"ดูเหมือนเนยจะไม่แปลกใจที่ผมพูดอะไรแบบนี้เท่าไหร่เลยนะ"
"ฮ่ะๆๆ พูดแล้วอย่าโกรธนะคะ คุณพูดเหมือนแม่ฉันมาก"
"โอ้ววว ... ว้าว ตั้งตัวไม่ทันเลยแฮะ"
"ท่านเป็นคนน่ารัก อื่ม ... แต่แค่ชอบแสดงออกแบบธรรมดาให้คนอื่นเห็น"
"แบบธรรมดา?"
"ใช่คะ เช่นเวลาสอนหนังสือ ท่านคิดว่า หลักการจะช่วยสร้างแรงจูงใจมากกว่ารอยยิ้ม ฮ่ะๆๆ" เธอหัวเราะใหญ่ ที่พูดถึงแม่ตัวเองให้คนอื่นฟัง ผมคงเหมือนเอามากๆซินะ
"งั้นผมควรจะพูดยังไงเหรอ?"
เธอทำหน้างงเล็กน้อยกับคำถามผม พอได้สติ ผมก็งงเหมือนกัน
ผมเคยคิดเสมอว่า คำถามทุกคำถามย่อมมีเป้าหมาย หากเป็นเป็นหมายที่คุ้มค่า ผมก็จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบ แต่บ่อยๆที่เราก็ถามคำถามเพราะเราไม่รู้ว่าจะพูดอะไร
"ผมดูเหมือนคนเห็นแก่ตัวมั้ยครับอาจารย์"
"มองในแง่ดี เธอเป็นคนที่ค้นหาอะไรให้ตัวเองตลอดเวลา"
"แล้ว ..." ผมพูด
"แล้วอะไร" ด๊อกเตอร์พยายามฟังคำพูดของผม
"แล้วอาจารย์ กำลังจะบอกผมว่า ผมไม่ได้อะไรเลยจากวิธีการพวกนั้น"
"ถ้ามันทำให้เธอรู้สึกดี การกระทำเหล่านั้นก็ทำให้เธอได้มาสารภาพรักต่อหน้าฉัน"
"ผมคงทำให้อาจารย์ไม่พอใจ ..."
"ตั้งสติให้ดี นายปัถย์ ฉันไม่ได้ไม่พอใจ เธอแค่พูดในสิ่งที่เธอคิดออกมา"
"แต่มันก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องพูดแบบนั้น และทำแบบนั้นด้วย ผมขอโทษ และผมจะไม่ทำอีก ผมขอตัวนะครับ"
"ถ้าเธอได้คำตอบแล้ว ... เธอก็ไปเถอะ"
ผมพยายามก้าวเท้าออกไป สุดท้ายก็ได้แต่ยืนก้มหน้า
ผมหาเหตุผลให้ตัวเองตลอด ตลอดเวลาที่คบกับเนย ผมสนใจอะไรในตัวเนยกันแน่ และสิ่งที่ทำให้ผมสนใจมันเกิดได้อย่างไร
ผมมารู้ทีหลังว่า แม่ของเนยเป็นอาจารย์ประจำวิชา Pure Mathematics ที่ผมเรียนอยู่ เธอไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวิชานี้สักนิด แต่เธอก็ไม่เคยถามมันกับแม่ หรือผม แต่ที่น่าสนใจคือ เธอจะทำเป็นรู้เสมอว่าเราพูดถึงเรื่องอะไร อื่ม กฎข้อนึงของผมคือ อย่าพูดอะไรที่คนอื่นไม่รู้เรื่อง แต่ทุกครั้งที่ฝืนกฎ เนยก็จะหัวเราะ แน่นอนว่าเธอจะต้องตอบว่าไม่รู้เรื่อง เวลาผมถาม แต่สิ่งที่เธอแสดงออก มันกลับทำให้ผมรู้สึกว่าเธอเข้าใจมันมากกว่าผมเสียอีก
เรื่องแย่ๆ เริ่มขึ้นเมื่อ ผมคิดเอาเองว่าเธอเข้าใจสิ่งที่ผมพูด เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ นักวิทยาศาสตร์ สิ่งต่างๆ ที่เป็นข้อสงสัยของผมตลอดเวลา ผมก็พูดถึงมันมากขึ้น บางครั้งผมคิดว่าผมกำลังทำให้เธอรำคาญ แต่เธอก็ยังหัวเราะ บางครั้งผมคิดว่าเธอตลกที่ผมพูดแต่เรื่องน่าเบื่อ ถามคำถามซ้ำซาก อย่างที่ไม่รู้ว่าจะได้คำตอบเมื่อไหร่ แต่เธอก็หัวเราะ และหัวเราะจริงๆ
ทุกครั้งที่เนยหัวเราะ ผมเริ่มรู้สึกว่า เธอกำลังหัวเราะผม หัวเราะสิ่งที่บ่งบอกถึงตัวผม ผมไม่กล้าเล่าเรื่องที่เราคบกันให้ใครฟัง เพราะผมคิดว่าเธอกำลังหัวเราะเพื่อนผม เพื่อนที่คิดอะไรคล้ายๆกัน
"อาจารย์ครับ ทำไมเราต้องคิดว่าคณิตศาสตร์ถูกเสมอ"
"ก็เพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆน่ะซิ"
"งั้นทำไมคนอื่นถึงไม่ทำอย่างที่ผมคิดครับ ทำไมเขาไม่ยึดมั่นแต่กับสิ่งที่ถูกต้องเสมอ"
"เพราะมันไม่จำเป็น" ผมตกใจที่อาจารย์ที่เป็นสิ่งท้าทายของผมตอบแบบนั้น
"อาจารย์จะบอกว่า คนเราไม่จำเป็นจะต้องยึดหลักความถูกต้อง ..." ผมพูดขึ้นทันที
"เสมอไป ... ใช่ กับบางเรื่องนะ"
"จริงๆ ฉันคิดว่าเธอจะคิดอะไรได้ง่ายกว่านี้ ถ้าเธอโตกว่านี้ แต่ดูเหมือนลูกสาวฉันจะทำให้เธอสับสนซะก่อน ฮึๆๆ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะเธอนะ"
เสียงหัวเราะเหมือนกับลูกเธอเลย ความรู้สึกผมก็เหมือนกันด้วย
"สุดท้าย อาจารย์ก็ไม่อยากให้ผมคบกับเนย"
"เธอจะทำอะไร นั่นเป็นสิทธิ์ของเธอ แต่ถ้าเธออยากได้คำตอบเธอต้องหาเอาเอง แต่ฉันอยากจะแนะนำเธออยู่ดีว่า มันไม่จำเป็น"
ผมเคยคิดว่าอาจารย์ไม่ชอบผม ด้วยหลายๆเหตุผล ผมเรียนดี แต่เหมือนกับผมไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่มีค่าอะไร ผมถูกเพื่อนบางคนถากถางเรื่องผลงานทางคอมพิวเตอร์ แต่ผมก็ไม่ใส่ใจอะไรอีก ตอนนี้ผมรู้จักกับเนย ท่านอาจจะคิดว่าผมก็คงไม่ได้ให้ความสำคัญอะไร
สิ่งที่มีค่าที่สุดในตัวผม นั่นคงเป็นแก่นในตัวผมเอง ผมไม่ใช่คนที่ดูถูกคนอื่น เพราะผมช่วยคนอื่นหาแก่นในตัวของเขา เหมือนกับที่ผมทำกับเนย
การปล่อยให้เธออยู่คนเดียว อาจจะทำให้ผมสบายใจว่า จะไม่มีใครไปรบกวนเธออีก มันเป็นข้อสรุปที่ฟังดูไม่มีเหตุผลเลย
ผมห่างกับเนยสักระยะหนึ่งแล้ว ยอมรับว่าผมไม่อยากให้เธอคิดว่าผมเป็นเด็กที่เอาแต่พูดเรื่องของตัวเอง ผมทำงานอย่างที่อยากทำมากขึ้น แต่น่าหัวเราะตัวเองซ้ำ เพราะมันแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เนยเองก็ไม่โทรหาผมเลย ผมไม่ได้แกล้งเธอ ผมไม่อยากปิดบังเธอ ผมคิดว่าเธอคงมีความสุขดี ไม่ได้เหงาอย่างที่ผมเข้าใจ
จากข้อสรุปที่ไร้เหตุผล ก็ทำให้ผมสำนึกผิดได้ ผมอิจฉาเธอ ที่เธอไม่ต้องทำอะไรแบบผม คนที่ไม่ทำอะไรเลยควรจะได้รับผลตอบแทนยังไงเหรอ ข้อสรุปคือ เธอไม่ต้องเหนื่อยอะไรเลย และไม่ต้องเหงาด้วย จนกระทั้งผมเข้ามา
"เนยรู้ว่าปัถย์พูดความจริงเสมอ"
"เนย ... "
"บางอย่างไม่จำเป็นต้องพูด แต่บางอย่างก็จำเป็นนะ เนยไม่อยากให้ปัถย์คิดมาก เนยอยากให้ปัถย์พูดอะไรออกมามากกว่า"
เธอรู้เสมอว่าผมคิดมาก และเธอก็รับฟัง เพราะคิดว่าจะทำให้ผมคิดน้อยลง
"ไม่รู้สิ ผมไม่รู้จะพูดอะไรดี สิ่งที่อยากจะพูดก็พูดไปหมดแล้ว"
"แล้วเป็นไงละ ปัถย์สบายใจขึ้นรึเปล่า"
"อื่ม ก็ดีนะ"
"งั้นปัถย์ฟังเนยนะ" ผมฟังเธออย่างตั้งใจ
"เนยก็คิดถึงปัถย์มากๆเหมือนกัน บางที เนยก็คิดว่า เนยอาจจะไม่ใช่คำตอบที่ปัถย์ตามหา ถึงจะคิดว่าเนยอาจจะช่วยปัถย์ได้ เวลาปัถย์คิดอะไรอยู่ในใจ แต่เนยก็ไม่เข้าใจอยู่ดี และเนยก็คิดเสมอถ้าปัถย์จะตัดสินใจอะไร เนยก็รับได้ เนยอยากให้ปัถย์มีใครที่เข้าใจนะ คนที่ทำอะไร คิดอะไรเหมือนๆกัน เนยพยายามแล้ว ..."
"ไม่หรอกเนย" ผมพูด
"เนยไม่ต้องพยายามแล้วนะ มันไม่จำเป็นหรอก สิ่งเหล่านั้น พอเวลาผ่านไปผมคงจะเข้าใจมันเอง"
เราสองคนเงียบ ผมไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี ผมไม่ได้ถามอะไรอีก แต่ดูเหมือนสิ่งที่เธอและแม่ของเธอพูด เป็นคำตอบที่ดีอยู่แล้ว จะว่าไปผมเข้าใจมากขึ้น ว่าผมสับสนอะไรไปเองจริงๆ ด้วยคำตอบนี้ บางครั้งชีวิตก็เหมือนเกม ที่เราต้องหาทางออกให้ได้ในตอนจบ แต่ไม่จำเป็นต้องหมกมุ่นอยู่กับการเล่น เพื่อให้ได้ทางออกที่ดีที่สุด แต่อาจจะอยู่ที่เรากำลังหาทางออกอยู่กับใคร
ผมสนใจเนยที่เธอเป็นเธอ ในแบบที่ผมก็ไม่เข้าใจ และก็ไม่จำเป็นต้องเข้าใจแบบที่เธอก็ไม่เข้าใจผมเหมือนกัน และสิ่งที่ผมไม่เข้าใจนี้ ก็ทำให้ผมกล้าเดินเข้าไปทักเธอ เธออาจจะหัวเราะถ้าผมบอกเธอตรงๆว่าผมจีบผู้หญิงไม่เป็น ผมเลยพยายามหาเหตุผลเพื่อให้ตัวเองทำในสิ่งที่ใจต้องการ
"เนย ... "
"คะ ... "
"ไว้เจอกันครั้งต่อไป ผมจะเล่าเรื่องตลกจริงๆให้คุณฟังนะ"